วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ก้าวแรกกับการเรียนภาษาผ่านวรรณกรรม

ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้เนื้อหาสาระ  ครูผู้สอนจะสร้างแรงเพื่อให้เกิดฉันทะ (ความอยาก) ในการเรียนรู้ โดยการเล่นสนุกกับการเรียนผ่านกิจกรรม "คาดเดาเรื่องราว เร้าแรงอยากเรียนรู้ สิ่งที่คิดอยู่คืออะไร"

ซึ่งครูจะนำชื่อเรื่องหรือภาพปกมาให้ผู้เรียนดู แล้วกระตุ้นด้วยคำถาม " เห็นอะไรบ้าง  รู้สึกอย่างไร  แล้วคิดว่าเรื่องราวน่าจะเป็นอย่างไร"  หลังจากนั้นจึงให้ผู้เรียนเขียนเรื่องราวตามจินตนาการแล้วนำมานำเสนอแลกเปลี่ยนร่วมกัน

ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้ของห้องเรียน ป.6 สอนโดยครูสังข์ (นายนิคม  ศาลาทอง)
 





วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ภาษา...ผ่านบทเพลง

การเรียนรู้ภาษาอีกรูปแบบที่นักเรียนสนใจและสนุกกับการเรียนรู้ นั่นคือ "การเรียนรู้ภาษา..ผ่านบทเพลง"

เพราะ....บทเพลง......มีความงดงามในการใช้คำอย่างสร้างสรรค์ สื่อให้เห็นวิถีชีวิตหรือสถานการณ์ต่างๆ เพื่อน้อมนำมาสู่การเรียนรู้

แล้วเราจะเรียนรู้ได้อย่างไรล่ะ ?????
ไม่ยากค่ะ...มีขั้นตอนง่ายๆ
๑. คาดเดา
๒. อ่านและฟัง
๓. ฟังแล้วตีความเพื่อสร้างความเข้าใจ
๔. ถ่ายทอด
๕. เชื่อมโยงหลักภาษา

ขยายความเพิ่มค่ะ
๑. คาดเดา คือ การคาดเดาเรื่องราวที่น่าจะเป็น โดยครูกระตุ้นด้วยชื่อบทเพลง (เห็นชื่อนี้แล้วคิดอย่างไร เพราะอะไร)

๒. อ่าน คือ การอ่านเนื้อเพลง หลังจากอ่านเสร็จ ครูตั้งคำถามที่เชื่อมโยงพฤติกรรมสมองเพื่อกระตุ้นการคิด (กล่าวถึงอะไรบ้าง  เกิดที่ไหน เกี่ยวกับอะไร คิดเห็นอย่างไร สื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึกใดบ้าง  เป็นต้น)

๓. ฟังแล้วตีความเพื่อสร้างความเข้าใจ คือ หลังจากนั้นค่อยฟังเพลงแล้ววิเคราะห์ร่วมกัน...จากเนื้อเพลงนี้เป็นการสื่อสารเกี่ยวกับอะไร รู้ได้อย่างไร คำแต่คำในเพลงมีความหมายอย่างไร (คำศัพท์ใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้)

๔. ถ่ายทอด คือ จากเพลงเราสื่อออกมาให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไร ซึ่งงานนี้ต้องให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน เช่น เด็กเล็กอาจจะวาดภาพ  เด็กโตอาจจะเป็นงานที่ยากขึ้น  มีความปราณีตละเอียดขึ้น เช่น ละคร เอนิเมชั่น  หรือสร้างสรรค์โดยการนำเสนอการร้องในแบบฉบับของนักเรียนเอง)

๕. เชื่อมโยงหลักภาษา ซึ่งครูมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าบทเพลงที่นำมาใช้ในการเรียนรู้นั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลักภาษาเรื่องอะไร ครูก็ออกแบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหานั้นๆ โดยที่ครูไม่ใช่ผู้สอน แต่ให้นักเรียนได้ลงมือและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

แต่สิ่งสำคัญของการจัดกิจกรรมนี้อยู่ที่การเลือกเพลงและการทำความเข้าใจในเพลงของครูผู้สอนนะคะ

ตัวอย่างบางบทเพลงค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แก้คำผิด

"ทำไมครูโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจึงติดโชว์ผลงานของเด็กๆ โดยไม่แก้คำผิด?"  เป็นคำถามของครูที่มาเข้าอบรมหลายท่าน

การตรวจเช็คและแก้ไขโดยครูเป็นการมองจากครูฝ่ายเดียวซึ่งครูกำลังมองภาษาในรูปแบบตายตัว ไม่ยืดหยุ่น และไม่สามารถนำมาลองผิดลองถูกได้  การที่ครูแก้คำถูกผิดด้วยตัวแดงพรืดเต็มไปหมด อาจทำให้เด็กรู้สึกภาษาเป็นสิ่งน่ากลัว และอาจรู้สึกว่าตัวเองด้อยความสามารถจนไม่กล้าที่จะเขียนคำใหม่ๆ อีกต่อไป

มอนเตสซอรี่ก็เชื่อว่า ถึงเด็กจะเขียนผิดถูกอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อเด็กเริ่มอ่านหนังสือได้เขาจะตื่นตัวที่จะเช็คคำผิดคำถูกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเขารักการอ่านและมีประสบการอ่านมากขึ้นเขาจะยิ่งกระตือรือร้น ในการตรวจเช็คคำผิดด้วยตัวเอง

ณ โรงเรียนนอกกะลา  การตรวจแก้คำผิดจะต้องไม่เป็นการทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเด็ก
ระดับอนุบาล  ไม่มีการแก้คำผิดใดๆ ทั้งสิ้น  แต่ให้เห็นแบบถูกเสมอ
ระดับประถมศึกษา  อาจจะใช้วิธีการรวบรวมคำที่เด็กแต่ละคนเขียนผิดมาเขียนไว้มุมหนึ่งของกระดาน  ให้มีโอกาสได้เห็นคำเหล่านั้นบ่อยๆ และใช้บางคำในจำนวนนั้นอย่างถูกต้อง แล้วหลังจากนั้นเด็กๆ ก็จะตรวจเช็คสมุดของตัวเองอย่างกระตือรือร้น
ระดับมัธยมศึกษา  สามารถแก้ไขคำถูกผิดให้กับนักเรียนได้เลย  เพราะตัวตนด้านใน (การเห็นคุณค่าในตนเอง) ได้ขึ้นรูปที่มั่นคงแล้ว การชี้ในส่วนที่ผิดในเด็กโตจึงไม่ได้เป็นการทำลายคุณค่า

“ภาษาจะเป็นสิ่งน่ารำคาญ ถ้ามันอธิบายความหมายที่อยู่ใต้บรรทัดไม่ได้

บทความโดย..ครูใหญ่นอกกะลา (นายวิเชียร ไชยบัง) http://lamplaimatpattanaschool.blogspot.com/2012/07/blog-post_10.html

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประเมินและสะท้อนตนเอง

การประเมินและการสะท้อนตนเอง ทำให้ผู้เรียนได้สะท้อนตัวตนของตนเองว่าสิ่งใดบ้างที่ทำได้ดีและสิ่งใดบ้างที่เราอยากพัฒนาตนเองเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้เข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้น

: กิจกรรมนี้ใช้ทุกกลุ่มสาระวิชา ทุกกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อฝึกการมองตนและสะท้อนตน เพื่อการเข้าใจตน

บางชิ้นงานของนักเรียน (พี่ ป.๒ และ ป.๓)
 

























วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตัวละครที่ชื่นชอบ

การคิดวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างมีเหตุผล ก็เป็นอีกหนึ่งของพฤติกรรมสมองที่แสดงออกถึงความเข้าใจ ดังนั้นครูผู้สอนจึงได้ใช้คำถามกระตุ้นคิดกับผู้เรียนหลังจากที่อ่านวรรณกรรมจบ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ


อย่างเช่น พี่ๆ ป.๔ ที่อ่านวรรณกรรม "สายลมกับทุ่งหญ้า" จบแล้ว   ครูยิ้ม (ครูผู้สอน) ก็ได้ตั้งคำถามแล้วให้ผู้เรียนวาดภาพและเขียนวิเคราะห์ตัวละครที่ชื่นชอบ พร้อมนำเสนอสู่กันและกันฟัง



ผลงานของเด็กๆ





ความประทับใจ...ในวรรณกรรมที่อ่าน

เมื่ออ่านวรรณกรรมจบแล้ว ครูผู้สอนจะกระตุ้นถาม "มีความประทับใจอะไรจากเรื่องที่เราได้อ่าน"
กิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ สังเครราะห์ และได้ใช้ทักษะทางภาษาในการเขียนและพูดนำเสนองาน

ตัวอย่าง....ชิ้นงาน "ความประทับใจของพี่ป.4-5 หลังจาการอ่านวรรณกรรม" (วรรณกรรม เรื่อง อธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว และสายลมกับทุ่งหญ้า สอนโดย...ครูยิ้ม)







 

ถ่ายทอดความเข้าใจ

หลังจากกิจกรรมที่ผู้เรียนได้อ่านอ่านวรรณกรรม แล้วสนทนาถามตอบที่เชื่อมสู่พฤติกรรมสมองและแล้ว ครูผู้สอนจะกระตุ้นด้วยคำถาม "เรื่องที่ได้อ่านจะถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ได้อย่างไร" ซึ่งผู้เรียนจะได้ใช้ทั้งทักษะการคิด ทักษะทางภาษา เพื่อทำชิ้นงานที่สื่อความเข้าใจออกมาสู่คนอื่น

ตัวอย่างกิจกรรม 
"ถ่ายทอดภาษาจากร้อยแก้วเป็นการ์ตูนช่องหลากหลายมิติ กระตุ้นการคิดและจินตนาการของพี่ ป.๕" โดย...ครูยิ้ม




วรรณกรรม "อธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว" ที่ พี่ๆ ป.๕ ได้อ่าน







การ์ตูนช่อง.....ผลงานของผู้เรียน