วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตัวละครที่ชื่นชอบ

การคิดวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างมีเหตุผล ก็เป็นอีกหนึ่งของพฤติกรรมสมองที่แสดงออกถึงความเข้าใจ ดังนั้นครูผู้สอนจึงได้ใช้คำถามกระตุ้นคิดกับผู้เรียนหลังจากที่อ่านวรรณกรรมจบ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ


อย่างเช่น พี่ๆ ป.๔ ที่อ่านวรรณกรรม "สายลมกับทุ่งหญ้า" จบแล้ว   ครูยิ้ม (ครูผู้สอน) ก็ได้ตั้งคำถามแล้วให้ผู้เรียนวาดภาพและเขียนวิเคราะห์ตัวละครที่ชื่นชอบ พร้อมนำเสนอสู่กันและกันฟัง



ผลงานของเด็กๆ





ความประทับใจ...ในวรรณกรรมที่อ่าน

เมื่ออ่านวรรณกรรมจบแล้ว ครูผู้สอนจะกระตุ้นถาม "มีความประทับใจอะไรจากเรื่องที่เราได้อ่าน"
กิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ สังเครราะห์ และได้ใช้ทักษะทางภาษาในการเขียนและพูดนำเสนองาน

ตัวอย่าง....ชิ้นงาน "ความประทับใจของพี่ป.4-5 หลังจาการอ่านวรรณกรรม" (วรรณกรรม เรื่อง อธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว และสายลมกับทุ่งหญ้า สอนโดย...ครูยิ้ม)







 

ถ่ายทอดความเข้าใจ

หลังจากกิจกรรมที่ผู้เรียนได้อ่านอ่านวรรณกรรม แล้วสนทนาถามตอบที่เชื่อมสู่พฤติกรรมสมองและแล้ว ครูผู้สอนจะกระตุ้นด้วยคำถาม "เรื่องที่ได้อ่านจะถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ได้อย่างไร" ซึ่งผู้เรียนจะได้ใช้ทั้งทักษะการคิด ทักษะทางภาษา เพื่อทำชิ้นงานที่สื่อความเข้าใจออกมาสู่คนอื่น

ตัวอย่างกิจกรรม 
"ถ่ายทอดภาษาจากร้อยแก้วเป็นการ์ตูนช่องหลากหลายมิติ กระตุ้นการคิดและจินตนาการของพี่ ป.๕" โดย...ครูยิ้ม




วรรณกรรม "อธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว" ที่ พี่ๆ ป.๕ ได้อ่าน







การ์ตูนช่อง.....ผลงานของผู้เรียน











 

จินตนาการก่อนเข้าสู่วรรณกรรม

จินตนาการนางฟ้าสีเขียว จากพี่ๆ ป.๕ ก่อนเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม.............
 
ชั่วโมงแรกของการเรียนรู้ภาษาผ่านวรรณกรรมนั้น ครูผู้สอนจะสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า "การสร้างฉันทะ" ในการเรียนรู้ก็ได้

ตัวอย่างกิจกรรมของพี่ๆ ป.๕ ที่ครูยิ้มได้กระตุ้นด้วยการทำกิจกรรมวาดภาพตัวละคร "นางฟ้าสีเขียว" ตามจินตนาการ

(ขอบคุณครูยิ้มและพี่ๆ ป.๕ ค่ะ)















วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แผนภาพโครงเรื่องเชื่อมโยงการคิด

หลังจากที่ครูได้นำวรรณกรรมมาให้นักเรียนได้คาดเดาเรื่องราวแล้วนั้น ในชั่วโมงต่อมานักเรียนก็จะติดตามในเรื่องราวนั้นๆ ด้วยการอ่าน

การอ่านเรื่องราวของวรรณกรรม สำหรับนักเรียนที่แรกเริ่มอ่าน คือ ประถม 1 คุณครูจะเป็นคนที่อ่านให้เด็กฟังก่อนก็ได้  จนเมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กเริ่มอ่านได้แล้วค่อยให้เด็กเป็นคนอ่าน

เมื่ออ่านจบแล้ว คุณครูจะกระตุ้นด้วยคำถามชวนคิดที่เชื่อมโยงไปสู่พฤติกรรมสมอง  เช่น
-          มีตัวละครอะไรบ้าง
-          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (จากแรกจนจบ) เป็นอย่างไร
-          เรื่องย่อโดยสรุปเป็นอย่างไร
-          ข้อคิดที่ได้คืออะไร
-          ความประทับใจ (ตัวละคร เหตุการณ์) ที่มีคืออะไร  เพราะอะไร
-    อยากเป็นหรือไม่อยากเป็นเหมือนตัวละครใด  เพราะอะไร
-    หากเปลี่ยนตอนใดตอนหนึ่งหรือตอนจบ จะเปลี่ยนอย่างไร
-          คำถามที่อยากรู้ / ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่มีคืออะไร

หลังจากที่ครูตั้งคำถาม นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น  คุณครูให้ภาระงาน/ ชิ้นงาน โดยเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่อง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตัวอย่างผลงาน "แผนภาพโครงเรื่อง" ของนักเรียน




วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คาดเดาก่อนเรียน

กิจกรรมที่ทำให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกับวรรณกรรมก่อนการเรียนรู้ คือ การคาดเดาเรื่องราว โดยครูอาจมีคำถาม เช่น
- เห็นภาพอะไรบ้าง และสิ่งที่เห็นน่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างไร
- ได้ยินชื่อนี้แล้ว นึกถึงอะไร และคิดว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นก็ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นผ่านการเล่าและวาดภาพ เพื่อสื่อถึงความคิดจินตนาการที่มีต่อวรรณกรรมนั้นๆ

ตัวอย่างชิ้นงาน



วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิทานสู่กิจกรรมการเรียนรู้

หนึ่งในวรรณกรรมที่นำมาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ทางภาษา คือ นิทาน

นิทานเป็นโลกแห่งจินตนาการและภาษา เป็นการจำลองสถานการณ์ที่ให้เราได้คิดใคร่ครวญอย่างมีเหตุผล ซึ่งนอกจากจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว นิทานยังให้ข้อคิดในการนำมาปรับใช้กับชีวิต ทำให้มีนิสัยรักการอ่านและส่งผลต่อความสนใจในการเรียนรู้ทางภาษา ทำให้เข้าใจในภาษาได้มากขึ้นด้วย


การนำนิทานมาใช้ในกิจกรรมทางภาษานั้นต้องคำนึงถึง ความเหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย เพราะโครงเรื่องของนิทานแต่ละเรื่องจะเหมาะกับวัยของเด็กแตกต่างกันไป
เมื่อนำนิทานมาใช้ในกิจกรรมทางภาษา คุณครูควรมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงต่อเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทั้งความเข้าใจในนิทานหรือความเข้าใจในหลักภาษาที่ครูต้องการให้เด็กในเรียนรู้จากนิทานเรื่องนั้นๆ

ตัวอย่างกิจกรรมที่ครูใช้ในการจัดกิจกรรมทางภาษาจาก "นิทาน"
·        • คาดเดาเรื่อง (ก่อนฟังหรืออ่าน)
-          ได้ยินชื่อเรื่องนี้แล้ว คิดว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร
-          เห็นอะไรจากภาพปกของนิทาน แล้วสิ่งที่เห็นนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร
·       •  วาดภาพประกอบ (หลังฟังหรืออ่าน)
-          ตัวละครที่มีในเรื่องมีใครบ้าง
-          จากนิทานจะวาดภาพได้อย่างไร
·       •  เขียนแผนภาพโครงเรื่อง (เชื่อมโยงสู่พฤติกรรมสมอง)
-          ตัวละครที่มี
-          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (จากแรกจนจบ)
-          สรุปเรื่องย่อ
-          ข้อคิดที่ได้
-          ความประทับใจ (ตัวละคร ตอน เหตุการณ์)
-          คำถามที่อยากรู้ / ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
-    คำศัพท์ใหม่จากเรื่อง
·       •  แต่งเรื่องใหม่
-          อยากให้เรื่องตอนจบเป็นอย่างไร
-          หากเพิ่มตัวละครใหม่ลงไปหนึ่งตัว จะเพิ่มอะไร เพราะอะไร และเรื่องราวจะเป็นอย่างไร
·        • ทำชิ้นงาน (สื่อความเข้าใจและความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับนิทาน)
-          งานศิลปะ / งานประดิษฐ์
-          ละคร  บทบาทสมมุติ
·        • เชื่อมโยงหลักภาษา
              -     ค้นหาคำตามหลักภาษาที่ครูต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจในการจัดกิจกรรมครั้งนั้นๆ
              -     นำเสนอ แลกปลี่ยนกับคนอื่น และสรุปองค์ความรู้ที่เข้าใจ 
              -     ทำแบบฝึก ใบงาน หรือชิ้นงาน  เพื่อเพิ่มเติมความเข้าใจ (การนำความรู้มาปรับใช้)